พาส่องเทศกาลชื่อดังของอิตาลี ‘เวนิสคาร์นิวัล’

คาร์นิวัล (Carnevale) มาจากภาษาต่างประเทศ ซึ่งมีความหมายว่า “งานรื่นเริง” เป็นงานที่จัดขึ้นในอิตาลีและหลายๆ แห่งทั่วโลกในช่วง 40 วันก่อนวันอีสเตอร์ (Easter Day) งานที่จัดขึ้นในอิตาลีจะเรียกว่า “Carnival of Venice” หรือไม่ก็เป็นเทศกาลที่ตาตื่นใจมากที่สุดในช่วงฤดูหนาวที่ใหญ่ ซึ่งกิจกรรมมักจะกินเวลาสองถึงสามสัปดาห์ ก่อนวันคาร์นิวัลที่แท้จริงจะเริ่มขึ้น เพราะวันอีสเตอร์มีการเปลี่ยนแปลงทุกปี ทำให้เทศกาลอาจเริ่มในวันใดก็ได้ ตั้งแต่ 3 กุมภาพันธ์ – 9 มีนาคม ดังนั้นหากใครวางแผนที่จะไปอิตาลีเพื่อไปร่วมงานคาร์นิวัล  โดยเฉพาะในเมืองยอดนิยมเช่น เวนิส กับ เวียเรจโจ ต่างก็เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงในเรื่องขบวนพาเหรด คุณอาจต้องจองโรงแรมอย่างล่วงหน้าอย่างน้อย 1 – 2 เดือน ประวัติต้นกำเนิดเวนิสคาร์นิวัล ว่ากันว่าเทศกาลแห่งเวนิสเริ่มต้นจากชัยชนะของสาธารณรัฐเวนิส ที่สามารถยืนหยัดต่อต้านพระสังฆราชแห่งอาควิเลีย โดยถูกจัดขึ้นในปี ค.ศ. 1162 เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองของชัยชนะนี้ ในงานจะมีผู้คนออกมาเต้นรำและรวมตัวกันที่จัตุรัสซานมาร์โค ไม่นานมันก็เริ่มกลายเป็นเทศกาลประจำปีในยุคฟื้นฟูศิลปวิทยา ในศตวรรษที่สิบเจ็ด เทศกาลบาร็อคกลายเป็นงานที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน ซึ่งมันมีชื่อเสียงมากในช่วงศตวรรษที่สิบแปด ภายใต้การปกครองของจักรพรรดิโรมันศักดิ์สิทธิ์ จนถึงจักรพรรดิแห่งออสเตรียฟรานซิสที่ 2 เทศกาลกลายเป็นสิ่งผิดกฎหมายอย่างสิ้นเชิงในปี ค.ศ. 1797 […]

ประวัติของและกิจกรรมวันคริสต์มาสมีอะไรบ้าง

santa-claus-011

Christmas มาจากภาษาโบราณ Christes Maesse แปลว่า บูชามิสซาของพระคริสตเจ้า ซึ่งมีการค้นพบข้อมูลนี้ ในปี ค.ศ.1038 ต่อมาภายหลังจึงมีการเปลี่ยนมาเป็นคำว่า Christmas โดยวันคริสต์มาส คือ วันแห่งการเฉลิมฉลองวันประสูติของพระเยซู ท่านคือศาสดาสูงสุดของชาวคริสต์ทั่วโลก เมื่ออ้างอิงจากพระคัมภีร์ Bible จึงพบบันทึกว่า พระเยซูทรงประสูติในสมัยจักรพรรดิ Julius Caesar แห่ง Roman แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ในพระคัมภีร์ไม่ได้ระบุไว้ว่า พระเยซูทรงประสูติวันหรือเดือนอะไร แต่เหตุผลที่ต้องใช้วันที่ 25 ของทุกปี เป็นเพราะนักประวัติศาสตร์ได้วิเคราะห์เอาไว้ว่า เดิมทีวันที่ 25 ธันวาคม เป็นวันที่จักรพรรดิ Aurelianus แห่ง Roman กำหนดให้เป็นวันฉลองของสุริยะเทพ ตั้งแต่ปี ค.ศ.274 เป็นต้นมา หากแต่ชาวคริสต์ที่อาศัยอยู่ในจักรวรรดิ Roman รวมถึงชาว Roman ซึ่งเปลี่ยนไปนับถือศาสนาคริสต์ ต่างกระอักกระอ่วนใจที่จะฉลองวันเกิดของสุริยเทพ พวกเขาจึงหันมาฉลองการถือกำเนิดของพระเยซูเจ้าแทน และตั้งแต่วันที่ 25 ธันวาคม ค.ศ.330 เป็นต้นมา ชาวคริสต์จึงได้ฉลองวันคริสต์มาสต์อย่างเป็นทางการ สืบเนื่องมาอย่างยาวนาน […]

สาระน่ารู้สุขภาพที่ควรรู้เอาไว้

สุขภาพ เป็นเรื่องสำคัญที่สุดของมนุษย์ เพราะคนที่มีสุขภาพดีสามารถทำสิ่งใดก็ได้ตามใจปรารถนา เพราะฉะนั้นในขณะที่เราทุกคนยังมีสุขภาพดีอยู่ ก็ควรเริ่มใจร่างกาย บำรุง ดูแล เพื่อให้สุขภาพดีอยู่กับเราไปนานๆ นั่งมากกว่าวันละ 11 ชั่วโมงทำให้อายุสั้นลง การนั่งทำงานอยู่กับโต๊ะตลอดเวลาโดยไม่ลุกไปไหน มันกำลังพลาญอายุของคุณ เหตุผลก็คือเมื่อร่างกายไม่ได้ขยับเขยื้อนไปไหน ก็จะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยอันก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพได้ ทั้งในเรื่องของระบบเผาผลาญ , ระบบย่อยอาหาร , ระบบขับถ่าย หรือแม้แต่ระบบไหลเวียนเลือดซึ่งเป็นระบบสำคัญมากเพราะมันส่งเลือดไปเลี้ยงทั่วร่างกาย เพราะฉะนั้นถ้าคุณอยากมีอายุยืนยาว ก็ลุกจากโต๊ะทำงานบ้าง เช่น เดินไปเข้าห้องน้ำแล้วยืดตัว บิดเอง ขยับร่างกาย ทำกายบริหารเบาๆ หรือหนุ่ม-สาวออฟฟิต ในช่วงพักกลางวันก็ให้เดินขึ้นลงบันได เพื่อไปกินข้าว แทนการใช้ลิฟท์ค่ะ หรือตอนกลับบ้านแทนที่จะนั่งวินมอเตอร์ไซต์เปลี่ยนเป็นเดินเข้าซอยก็ได้นะคะ น้ำตาล ทำให้ประจำเดือนแย่มากขึ้น สาวๆ หลายๆ คน มีความเข้าใจผิดคิดว่าการรับประทานของหวาน ขณะมีประจำเดือนจะช่วยบรรเทาอาการต่างๆ แต่ความจริงที่เกิดขึ้นก็คือ น้ำตาลนี่แหละคือตัวร้ายซึ่งทำให้อาการแย่ลง! เนื่องจากการรับประทานน้ำตาลมากจนเกิน จะทำให้แมกนีเซียมในร่างกายลดต่ำลง ส่งผลให้ท้องอืด ทรมานมากกว่าเดิม เพราะฉะนั้นแนะนำว่าให้เปลี่ยนจากของหวานมาทานผลไม้ไม่ค่อยหวานจะดีกว่า การออกกำลังกาย = ยาอายุวัฒนะ การเริ่มออกกำลังกายให้ติดเป็นนิสัย ตั้งแต่ยังหนุ่ม-สาว นอกจากจะทำให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง และมีทรวงทรงองเอวที่งดงามแล้ว ยังส่งผลดีต่อสมองด้วย […]

สาระน่ารู้เกี่ยวกับสมุนไพรของคนสมัยโบราณ

‘สมุนไพร’ เป็นผลผลิตที่ได้มาจากธรรมชาติ นำมาใช้เป็นยาหรือผสมกับสารอื่นๆ มีจุดประสงค์เพื่อบำบัดโรค , บำรุง ร่างกาย , ใช้เป็นยาพิษ ถ้านำสมุนไพร 2 ชนิดขึ้นไป มารวมกันจะเรียกว่า ‘ยา’ การบำบัดโรคร้ายต่างๆด้วยสมุนไพร นั้น มีมาตั้งแต่ก่อนประวัติศาสตร์เสียอีก และได้รับความนิยมมากในอาณาจักรโบราณต่าง ๆ ทั้ง อียิปต์ , กรีก , จีน , โรมัน เป็นต้น ยาสมุนไพรไม่ได้เป็นเรื่องล้าสมัย เพราะมีการศึกษาวิจัยในห้องปฏิบัติการ ด้วยวิธีบวกกับเทคโนโลยีสมัยใหม่นักวิทยาศาสตร์ตรวจสอบแล้วว่าสมุนไพร ที่มนุษย์ใช้กันมาแต่สมัยโบราณ มีคุณสมบัติทางยาจริง สมุนไพรช่วยบำบัดโรคได้อย่างไร หลักการบำบัดโรคต่างๆด้วยสมุนไพร แตกต่างจากการบำบัดด้วยยาแผนปัจจุบันหลายประการ เพราะยาสมุนไพรจะเข้าไปกระตุ้นร่างกายให้ปรับตัวเองสู่ความปกติ มากกว่าจะแก้อาการที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้าเท่านั้น ยกตัวอย่างเช่น เมื่อมีไข้ แพทย์แผนปัจจุบันจะให้คนไข้ทานยาลดไข้ เช่น แอสไพริน หรือพาราเซตามอล เป็นต้น แต่สำหรับหมอสมุนไพรโบราณ เห็นว่าบางครั้งอาการไข้ขึ้นก็มีประโยชน์ เนื่องจากมันเป็นกลไกป้องกันตามธรรมชาติของมนุษย์ และแนวความคิดนี้ก็ได้รับการสนับสนุนอย่างถูกต้อง เพราะมีเชื้อแบคทีเรียและไวรัสหลายชนิดที่ก่อโรค มันสามารถถูกทำลายด้วยอุณหภูมิร่างกายที่สูงกว่าปกติ สำหรับวิธีแก้ไขของหมอสมุนไพร เมื่อผู้ป่วยเป็นไข้ คือ เร่งให้ร่างกายขับเหงื่อโดยไม่ทำให้ไข้ลดลง […]