เทศกาล Hong Kong WinterFest ในฮ่องกง

เทศกาล Hong Kong WinterFest เป็นเทศกาลประจำฤดูหนาวแห่งประเทศฮ่องกง  หากพูดถึงเทศกาลส่งท้ายปีอันยิ่งใหญ่ซึ่งเต็มไปด้วยความสนุกสนานแล้วละก็ Hong Kong Winter Fest จัดเป็นอีกหนึ่งงานเทศกาล ที่คุณไม่ควรพลาด ในงานเทศกาลนี้เป็นการผสมผสานงานฉลองคริสต์มาสของชาวตะวันตก รวมเข้ากับความงดงามของโลกตะวันออกได้อย่างลงตัว เป็นงานเทศกาลระดับโลกของเอเชียอีกงานหนึ่งเลยก็ว่าได้ สัมผัสแรกที่คุณจะได้เห็น คือ ตึกรามบ้านช่องรวมไปถึงถนนหนทางทั่วทั้งเกาะฮ่องกง และทางฝั่งเกาลูน สว่างไสวงดงามราวกับเมืองในเทพนิยาย นอกจากนี้ความพิเศษอีกอย่าง คือ ร้านค้าต่างพากันลดราคาสะบั้นหั่นแหลก ช่วยดึงดูดความสนใจจากนักท่องเที่ยว ทั้งชาวฮ่องกงและชาวต่างชาติได้เป็นอย่างดี Hong Kong WinterFest เป็นเทศกาลรื่นเริง อันเกิดจากการควบรวมระหว่างเอกลักษณ์ที่สำคัญของประเพณีคริสต์มาสของชาวตะวันตกกับชาวตะวันออก โดยจัดขึ้น ในวันที่ 5 ธันวาคม ยาวไปจนถึงวันที่ 1 มกราคม การจัดงานนี้ขึ้นมีวัตถุประสงค์เพื่อต้องการให้นักท่องเที่ยว ได้รับประสบการณ์อันแปลกใหม่ ในช่วงเทศกาลแห่งฤดูกาลหนาว  ควบไปทั้งงานคริสต์มาสและงานปีใหม่ ซึ่งเต็มไปด้วยความสวยงาม ของแสงไฟซึ่งประดับประดาอยู่เต็มไปหมด ส่องแสงระยิบระยับปัดเป่าความมืด นอกจากนี้ยังมี เสียงเพลงจากคณะนักร้องประสานเสียง บวกกับการแสดงอันยอดเยี่ยมของดอกไม้ไฟเหนือ Victoria harbor หนึ่งในความโดดเด่นของเทศกาลนี้ อยู่ตรงบริเวณรูปปั้นกลาง Time square ฮ่องกง โดยจุดนี้จัดเป็นไอคอนของงานเทศกาลถ้าใครมาต้องมาชมให้ได้ […]

ประเพณีบุญสารทเดือนสิบหรือวันสารทไทยของ จ. นครศรีธรรมราช

ประเพณีบุญสารทเดือนสิบ จ. นครศรีธรรมราช ในภาษาท้องถิ่นเรียกว่าวันนี้ว่าวันชิงเปรต จัดขึ้นในเดือน 10  หรือ เดือนกันยายน เป็นการทำบุญกลางเดือน 10 เพื่อนำเครื่องอุปโภคกับเครื่องบริโภค ไปถวายพระพร้อมอุทิศส่วนกุศลให้แก่บรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว โดยประเพณีนี้เป็นอีกหนึ่งความเชื่อของชาวพุทธแห่งจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งพวกเขาเชื่อมีความเชื่อกันว่าบรรพบุรุษของตน ได้แก่ ปู่ , ย่า, ตา , ยาย รวมทั้งญาติพี่น้องที่ล่วงลับไปแล้ว ถ้ากระทำความชั่วก็ย่อมตกนรกและเป็นเปรต ใช้ชีวิตอย่างทนทุกข์ทรมานในอเวจี โดยอาศัยผลบุญที่ลูกหลานอุทิศให้ในแต่ละปีมาดำรงชีวิต เพราะฉะนั้นในวันแรม 1 ค่ำ เดือน 10 เปรตจะถูกปล่อยตัวกลับมายังโลกมนุษย์ เพื่อมาขอรับส่วนบุญจากลูกหลานญาติพี่น้อง และจะเดินทางกลับนรกในวันแรม 15 ค่ำ เดือน 10 ในช่วงนี้เองที่ลูกหลานและญาติที่ยังมีชีวิตอยู่ ต้องนำอาหารไปทำบุญที่วัด พร้อมอุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้ตาย ถือเป็นการแสดงความกตัญญูซึ่งปฏิบัติสืบต่อกันมาในงานบุญสารทเดือนสิบ พิธีกรรมในประเพณีสารทเดือนสิบ ในวันแรม 13 ค่ำเดือน 10 ผู้เข้าร่วมพิธีกรรมจะทำการบรรจุ อาหาร , ขนมเดือน 10 จัดลงในภาชนะที่เตรียมไว้ เช่น ถาด หรือกะละมัง […]

ความเป็นมาของงานประเพณียี่เป็ง

หากกล่าวถึงประเพณียี่เป็ง คนจำนวนไม่น้อยอาจไม่ทราบว่าความเป็นมามาจากที่ใดกันแน่ โดยประเพณีนี้เป็นประเพณีอันเก่าแก่ของทางภาคเหนือ ล้านนา ซึ่งลูกหลานชาวเหนือยึดถือปฏิบัติกันมาอย่างยาวนาน นับตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 14 ในสมัยของอาณาจักรหริภุญชัย ในเวลากลางคืนของวันเพ็ญเดือนยี่ ชาวล้านนาจะจัดแต่งเครื่องสักการบูชาต่างๆตามตำหรับโบราณใส่กระทง พร้อมจุดธูปเทียน ตามด้วยนำปล่อยลงในน้ำ แสงไฟจากปลายธูปจะกระทบกับผิวน้ำ เกิดเป็นเงาสะท้อนขึ้นมา มองเห็นคล้ายกับแสงพะเนียงไฟจากผีโขมด โดยผีโขมดนี้ จัดอยู่ในวงศ์ตระกูลผีป่า ซึ่งชอบออกหากินในเวลากลางคืน มีพะเนียงไฟ มองเห็นเป็นระยะๆเหมือนผีกระสือ ชาวล้านนาจึงเรียกว่า ลอยโขมด ตำนานที่เล่าประวัติความเป็นมาของประเพณียี่เป็ง มีด้วยกันหลายตำนาน หลากเรื่องเล่า เช่น เรื่องราวในหนังสือตำนานโยนกและจามเทวีวงศ์ เล่าว่า ประเพณีลอยโขมด เป็นประเพณีโบราณเก่าแก่ดั้งเดิม ซึ่งยึดถือปฏิบัติสืบต่อเนื่องกันมาตั้งแต่ครั้งโบราณกาลแล้ว การลอยโขมด ถือกำเนิดขึ้น ณ อาณาจักรหริภุญไชย ซึ่งในปัจจุบันนี้ คือจังหวัดลำพูน เมื่อ พ.ศ. 1490 ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 14 มีชาวมอญ ที่อาศัยอยู่ในอาณาจักรหริภุญไชย ได้พากันอพยพหนีอหิวาตกโรคซึ่งกำลังระบาดในเมือง ผู้คนล้มป่วยตายห่าเป็นจำนวนมาก ผู้คนที่ยังมีชีวิตรอด จึงพากันอพยพหนีตาย ออกจากอาณาจักรหริภุญชัย ไปอยู่ ณ เมืองสะเทิม และเดินทางไปต่อยังเมืองหงสาวดี พร้อมลงหลักปักฐานใช้ชีวิตอยู่เป็นเวลาถึง 6 […]

“ลอยกระทง” ประเพณีที่อยู่คู่คนไทยมาช้านาน

ถ้าจะให้นับมรดกวัฒนธรรมประเพณีของคนไทยแล้วมีหลากหลายประเพณีที่ทรงคุณค่า โดยเฉพาะวันลอยกระทงที่สืบต่อเนื่องกันมาอย่างช้านาน ถึงแม้ว่าจะยังไม่มีหลักฐานบ่งบอกแน่ชัดว่าวันลอยกระทงเริ่มขึ้นตั้งแต่สมัยใด แต่คนโบราณมีความเชื่อกันว่าน่าจะปฏิบัติต่อๆกันมาตั้งแต่สมัยสุโขทัยในรัชสมัยของพ่อขุนรามคำแหง โดยเรียกว่า “พิธีจองเปรียญ” หรือ “การลอยพระประทีป” หลังจากนั้นก็มีการจัดประเพณีวันลอยกระทงสืบต่อมาจนถึงกรุงรัตนโกสินทร์มีการประดิษฐ์กระทงใหญ่เพื่อประกวดกันอย่างงดงามตระการตาเป็นที่รอคอยของผู้คน ส่วนสาเหตุที่มีวันลอยกระทงขึ้นมานั้น คาดว่าจะเกิดจากความเชื่อของแต่ละท้องถิ่นที่แตกต่างกันออกไป เช่น เพื่อเป็นการสำนึกบุญคุณของแม่น้ำที่ให้เราได้ใช้ดื่มกิน ตลอดจนเป็นการขอขมาต่อพระแม่คงคา ที่เราได้ทิ้งสิ่งสกปรกปฏิกูลต่างๆลงไปในน้ำ ทำให้แหล่งน้ำไม่สะอาด ในคราวที่พระพุทธเจ้าเสด็จไปทรงแสดงธรรมโปรดในนาคพิภพ และได้ทรงประทับรอยพระบาทไว้ที่หาดทรายแม่น้ำนัมมทานที ซึ่งก็คือแม่น้ำสายหนึ่งอยู่ในแคว้นทักขิณาบถของประเทศอินเดีย การลอยกระทงก็เท่ากับว่าเป็นการสักการะรอยพระพุทธบาทนัมมทานที การลอยกระทงก็เปรียบเสมือนกับการลอยทุกข์ ความโศกเศร้า โรคภัยไข้เจ็บต่างๆให้ลอยไปกับกระทงจะได้หมดเคราะห์หมดโศก เพื่อเป็นการอนุรักษ์ขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของประเทศไทยไทยเอาไว้ ไม่ให้สูญหายไปตามกาลเวลา และยังช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวให้ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติได้รู้จักประเพณีอันทรงคุณค่านี้ เพื่อส่งเสริมฝีมือแนวคิดริเริ่มสร้างสรรค์ เพราะในช่วงเทศกาลแต่ละพื้นที่จะมีการจัดประกวดกระทงกันอย่างสนุกสนาน ทำให้ผู้ร่วมแข่งขันได้พยายามที่จะสรรหาความคิดแปลกใหม่พร้อมทั้งรักษาภูมิปัญญาพื้นบ้านเอาไว้ โดยในวันลอยกระทงแต่ละจังหวัดก็จะมีการจัดกิจกรรมที่แตกต่างกันออกไป ส่วนที่ยังคงคล้ายกันก็คือการทำกระทง ซึ่งตอนนี้มีการรณรงค์ให้ประดิษฐ์กระทงจากวัสดุธรรมชาติทดแทนการใช้โฟมที่ย่อยสลายยาก เราจึงมักเห็นกระทงที่ทำจากหยวกกล้วย ใบตอง กาบพลับพลึง เปลือกมะพร้าว ฯลฯ มาประดับตกแต่ง และยิ่งในปัจจุบันได้มีการปรับรูปแบบของกระทงเป็นกระทงขนมปังลวดลายน่ารักแปลกตาแถมยังมีประโยชน์ต่อสัตว์ที่อยู่ใต้น้ำได้อีกด้วย เมื่อเห็นเช่นนี้แล้วก็อย่าลืมที่จะช่วยกันรักษาขนบประเพณีที่งดงามอย่างวันลอยกระทงไว้ให้อยู่ตราบนานเท่านานเพื่อให้รุ่นลูก รุ่นหลานของเราได้รู้จักประเพณีนี้ตลอดไป แต่ที่สำคัญต้องอนุรักษ์ให้ถูกวิธีด้วย เพื่อให้ชาวต่างชาติได้เข้าใจและรู้จักประเพณีที่ถูกต้องด้วยคะ