หากกล่าวถึงประเพณียี่เป็ง คนจำนวนไม่น้อยอาจไม่ทราบว่าความเป็นมามาจากที่ใดกันแน่ โดยประเพณีนี้เป็นประเพณีอันเก่าแก่ของทางภาคเหนือ ล้านนา ซึ่งลูกหลานชาวเหนือยึดถือปฏิบัติกันมาอย่างยาวนาน นับตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 14 ในสมัยของอาณาจักรหริภุญชัย ในเวลากลางคืนของวันเพ็ญเดือนยี่ ชาวล้านนาจะจัดแต่งเครื่องสักการบูชาต่างๆตามตำหรับโบราณใส่กระทง พร้อมจุดธูปเทียน ตามด้วยนำปล่อยลงในน้ำ แสงไฟจากปลายธูปจะกระทบกับผิวน้ำ เกิดเป็นเงาสะท้อนขึ้นมา มองเห็นคล้ายกับแสงพะเนียงไฟจากผีโขมด โดยผีโขมดนี้ จัดอยู่ในวงศ์ตระกูลผีป่า ซึ่งชอบออกหากินในเวลากลางคืน มีพะเนียงไฟ มองเห็นเป็นระยะๆเหมือนผีกระสือ ชาวล้านนาจึงเรียกว่า ลอยโขมด

ตำนานที่เล่าประวัติความเป็นมาของประเพณียี่เป็ง มีด้วยกันหลายตำนาน หลากเรื่องเล่า เช่น เรื่องราวในหนังสือตำนานโยนกและจามเทวีวงศ์ เล่าว่า ประเพณีลอยโขมด เป็นประเพณีโบราณเก่าแก่ดั้งเดิม ซึ่งยึดถือปฏิบัติสืบต่อเนื่องกันมาตั้งแต่ครั้งโบราณกาลแล้ว การลอยโขมด ถือกำเนิดขึ้น ณ อาณาจักรหริภุญไชย ซึ่งในปัจจุบันนี้ คือจังหวัดลำพูน เมื่อ พ.ศ. 1490 ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 14 มีชาวมอญ ที่อาศัยอยู่ในอาณาจักรหริภุญไชย ได้พากันอพยพหนีอหิวาตกโรคซึ่งกำลังระบาดในเมือง ผู้คนล้มป่วยตายห่าเป็นจำนวนมาก ผู้คนที่ยังมีชีวิตรอด จึงพากันอพยพหนีตาย ออกจากอาณาจักรหริภุญชัย ไปอยู่ ณ เมืองสะเทิม และเดินทางไปต่อยังเมืองหงสาวดี พร้อมลงหลักปักฐานใช้ชีวิตอยู่เป็นเวลาถึง 6 ปี โดยในช่วงเวลาอันยาวนานพอสมควรนี้ ทำให้ชาวบ้านหลายคนสร้างมีครอบครัวใหม่ที่นั่น ต่อมาเมื่อทราบข่าวว่าอหิวาตกโรค ในอาณาจักรหริภุญชัยได้คลี่คลายลงแล้ว กลุ่มคนที่คิดถึงถิ่นกำเนิดเดิม ก็ต่างพากันเดินทางกลับหริภุญไชย พอถึงวันครบรอบปี ซึ่งได้เดินทางจากพี่น้องที่เมืองหงสาวดีมา จึงทำการจัดดอกไม้ธูปเทียน พร้อมเครื่องสักการะ รวมทั้งเครื่องอุปโภคบริโภค ใส่ลงในสะเปา เป็นภาชนะชนิดหนึ่งมีลักษณะคล้ายเรือ บางคนก็ใส่ในสะตวงหรือกระทง นำลอยลงน้ำแม่ปิง , น้ำแม่กวง , แม่ทา เพื่อส่งแทนความคิดถึง ญาติพี่น้องที่ยังอาศัยอยู่ในเมืองหงสาวดี ด้วยเหตุนี้นี่เองจึงเป็นที่มาของการลอยโขมด หรือลอยกระทงแบบชาวล้านนานับแต่นั้นตราบถึงปัจจุบัน

มีความเชื่อกันว่า ถ้าหากใครได้บูชาประทีสโคมไฟในวันยี่เป็ง ผิวพรรณจะบังเกิดความงดงาม ทั้งคนและเทวดาต่างให้ความเอ็นดูรักใคร่ ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บและได้ไปเกิดบนสรวงสวรรค์แผ่นดินอันงดงาม